จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทตี โปงลาง

                               โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีมีลักษณะกับคล้ายกับระนาดคือนำท่อนไม้หรือกระบอกไม้มาร้อยติดกันเป็นผืนและใช้ไม้ตีเป็นทำนองเพลง แขวนตี กับเสาบ้าง ขึงบนรางบ้าง หรือบางทีก็ผูกติดกับตัวผู้บรรเลงโปงลาง1ชุดจะมีจำนวนประมาณ12ลูกใช้เชือกร้อยรวมกันเป็นผืน เวลาตีต้องนำปลายเชือกด้านหนึ่งไปผูกแขวนไว้กับเสาในลักษณะห้อยลงมา ส่วนปลายเชือกด้านล่างจะผูกไว้กับขาหรือเอวของผู้ตี วิธีการเทียบเสียง โปงลาง ทำโดยการเหลาไม้ให้ได้ขนาด และเสียงตามต้องการ ยิ่งเหลาให้ไม้เล็กลงเท่าใดเสียงก็จะยิ่งสูงขึ้น ซึ่งแตกต่างจากระนาดในปัจจุบัน ที่มีเจ็ดเสียง และมีการปรับแต่งเทียบเสียงด้วยการใช้ ตะกั่วผสมขี้ผึ้ง ถ่วงใต้ผืนระนาด เพื่อให้ได้ระดับเสียงและคุณภาพเสียงที่ต้องการ การบรรเลงโปงลาง นิยมใช้ผู้บรรเลงสองคนต่อเครื่องดนตรีหนึ่งชิ้น



ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/

วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่


                              ปี่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าของไทยแท้ ทำจากไม้จริงๆกลึงให้เป็นรูปบานหัวบานท้าย ตรงกลางป่องเจาะภายในให้กลวงตลอดเลาทางหัวของปี่เป็นช่องรูเล็กส่วนทางปลายของปี่ปากรูใหญ่ใช้ชันหรือวัสดุอย่างอื่นมาหล่อเสริมขึ้นส่วนหัวเรียก 'ทวนบน' ส่วนท้ายเรียก 'ทวนล่าง' ตอนกลางของปี่ เจาะรูนิ้วสำหรับเปลี่ยนเสียงลงมาจำนวน 6รู รูตอนบนเจาะเรียงลงมา 4 รู เว้นระยะห่างเล็กน้อย เจาะรูล่างอีก 2 รู ตรงกลางของเลาปี่ กลึงขวั้นเป็นเกลียวคู่ไว้เป็นจำนวน 14 คู่ เพื่อความสวยงามและกันลื่นอีกด้วย ตรงทวนบนนั้นใส่ลิ้นปี่ที่ทำด้วย ใบตาลซ้อนกัน 4 ชั้น ตัดให้กลมแล้วนำไปผูกติดกับท่อลมเล็กๆที่เรียกว่า 'กำพวด' กำพวดนี้ทำด้วยทอง เหลือง เงิน นาค เหรือโลหะอย่างอื่นวิธีผูกเชือกเพื่อให้ใบตาลติดกับกำพวดนั้น
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่นั้นสามารถจัดออกเป็น 3 ชนิด คือ
1. ปี่นอก มีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 31 ซม. กว้าง 3.5 ซม.    เสียงเล็กแหลมสูง  
2.ปี่กลางมีขนาดกลางยาวประมาณ37ซม.กว้างประมาณ4ซม.   เสียงระดับกลาง                                                              
3. ปี่ใน มีขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 41–42ซม. กว้างประมาณ 4.5 ซม. เสียงต่ำกว่า


 

ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/

วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทสี สะล้อ


                              สะล้อ  เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีที่บรรเลงด้วยการใช้คันชักสีลงบนสายที่ขึงผ่านหน้ากล่องเสียงทำด้วยกะลามะพร้าวซึ่งตัดด้านหนึ่งออกไปเหลือประมาณ2/3ของกะลาทั้งลูก ตรงที่ถูกตัดออกไปนั้นปิดด้วยไม้เรียบบางๆคันทวนของสะล้อเป็นไม้กลมทำจากไม้เนื้อแข็งยาวประมาณ14เซนติเมตรเสียบทะลุกล่องเสียง ใกล้ ๆ ขอบที่ปิดด้วยตาด ปลายคันทวนเสียบลูกบิด2อันในลักษณะทแยงเข้าไปในคันทวนมีไว้สำหรับผูกสายสะล้อและตั้งสายสายใช้สายโลหะมากกว่าสายเอ็นเหมือนซอด้วงและซออู้คันชักสะล้อทำด้วยไม้โค้งงอคล้ายคันศร ขึงด้วยหางม้าหรือสายไนลอน ไม่เอาคันชักขัดไว้ระหว่างสายเหมือนกับซออู้และซอด้วง สะล้อ มี 2ขนาด ได้แก่ สะล้อเล็ก มี2สาย สะล้อกลาง มี2สาย สะล้อใหญ่ มี 3 สาย มีวิธีการเล่นซอสามสายแต่ไม่เอาคันชักไว้ระหว่างสาย สะล้อที่นิยมบรรเลงคือสะล้อที่มี 2สายส่วนสะล้อ 3สายไม่ค่อยมีผู้นิยมเล่นเพราะเล่นยากกว่าสะล้อ 2 สาย


ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทดีด พิณอีสาน


                                       พิณอีสาน  เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดที่เป็นเครื่องดนตรีภาคอีสาน พิณพิณอีสาน มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปเช่น ซุง ซึง หมากจับปี่ หมากตดโต่ง หมากตับเต่ง เป็นต้น พิณพิณอีสาน ทำด้วยไม้ เช่น ไม้ขนุน เพราะมีน้ำหนักเบาและให้เสียงทุ้มกังวานไพเราะกว่าไม้ชนิดอื่น มีรูปร่างคล้ายกีตาร์ พิณพิณอีสาน อาจจะมี 2 สาย 3 สาย หรือ 4 สายก็ได้ สายของพิณอีสาน แบ่งออกเป็น2 คู่ เป็นสายเอก 2 สายและสายทุ้ม 2 สาย ในปัจจุบันนิยมใช้สายกีตาร์แทนการขึ้นสายไม่มีระบบแน่นอน นมหรือขั้นที่ใช้นิ้วกดบังคับระดับเสียง

ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทดีด ซึง

                          ซึง  เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดที่เป็นเครื่องดนตรีภาคเหนือใช้สายลวดเส้นเล็กๆปัจจุบันนิยมใช้สายกีตาร์แทน ซึงของชาวเหนือเป็นพิณแบบสายคู่ โดยแบ่งเป็นสายบน และคู่สายล่าง การเทียบเสียง สายทุ้ม จะเป็นเสียง โด สายเอก จะเป็นเสียง ซอล มีลูกนับแบ่งเป็นช่อง ๆ คล้ายกีตาร์ซึงมีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่และยังมีขนาดใหญ่มาก ๆ เรียกกันว่า ซึงหลวง แต่นิยมเล่นกันทั่วไปมักเล่นเพียง ๓ ขนาด คือ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ซึงใช้เล่นเพื่อให้เสียงประสาน และตัดกัน ในการเล่นเป็นกลุ่ม หรือคณะ
หรือเล่นบรรเลงเดี่ยวโดยเลือกขนาดที่ชอบของแต่ละบุคคล ซึงแต่ละขนาดต่างมีสำเนียงเฉพาะตัว มีความไพเราะ


ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่ชวา


                   ปี่ชวา เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่ามีรูปร่างลักษณะก็เหมือนปี่ไฉนทุกอย่างปี่ชวาเมื่อสวมท่อลำโพงและเลาปี่เข้าด้วยกันแล้วตรงปากลำโพงก็กว้างขนาดเดียวกับปี่ไฉนทำด้วยไม้ที่ทำต่างจากปี่ไฉนก็คือตอนบนที่ใส่ลิ้นปี่ทำให้บานออกเล็กน้อย ชื่อของปี่ชวาลักษณะรูปร่างเหมือนปี่ไฉนของอินเดียเป็นแต่ดัดแปลงให้ยาวกว่า ปี่ชวานำเข้ามาใช้คราวเดียวกับกลองแขก และเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นปี่ชวาใช้ในกระบวนพระยุหยาตราเสด็จพระราชดำเนินแล้วปี่ชวา ใช่ในการเป่าประกอบการเล่นกระบี่กระบองและประกอบการแสดงละคอนเรื่องอิเหนาและใช้ในวงปี่พาทย์นางหงส์ กับใช้ในวงดนตรีที่เรียกว่าวง "ปี่ชวากลองแขก" หรือวง "กลองแขกปี่ชวา"วงเครื่องสายปี่ชวา และวง "บัวลอย" ทั้งนำไปใช้เป่าในกระบวนแห่ซึ่ง "จ่าปี่" เป่านำกลองชนะในกระบวนพระยุหพยาตรา



 ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีประเภทตี โทน


                   โทน  เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีเป็นที่ขึงหนังหน้าเดียว  มีหางยื่นออกไปและบานปลายโทนมีอยู่2 ชนิดคือ โทนชาตรี และ โทนมโหรี โทนชาตรีนั้น ตัวโทนทำด้วยไม้ขนุน ไม้สัก หรือ ไม้กะท้อน มีสาย โยงเร่งเสียงใช้หนังเรียด ตีด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งคอยปิดเปิด ปลายหางที่เป็นปากลำโพงช่วยให้เกิดเสียงต่างๆ ใช้สำหรับ บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี และหนังตะลุง และตีประกอบจังหวะในวงปี่พาทย์ หรือวงเครื่องสายหรือวงมโหรีที่เล่นเพลงภาษาเขมร หรือ ตะลุง ส่วนโทนมโหรีนั้น ตัวโทนทำด้วยดินเผาด้านที่ขึงหนังโตกว่า สายโยงเร่งเสียงใช้หวายผ่าเหลาเป็นเส้นเล็กหรือใช้ใหมฟั่นเป็นเกลียว ขึ้นหนังด้วยหนังลูกวัว หนังแพะ หนังงูเหลือม หรือหนังงูงวงช้าง ใช้สำหรับบรรเลงคู่กับรำมะนา โดยตีขัดสอดสลับกัน ตามจังหวะหน้าทับ



ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที   http://www.livethaimusic.com/