จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ไหซอง
ไหซอง เป็นเครื่องดนตรีไทยภาคอีสาน ทำมาจากไหน้ำปลาหรือไหปลาร้าที่ ไม่ใช้แล้ว ขึงด้วยยางหนังสติ๊กหรือยางอื่นๆ บริเวณปากไห จัดเป็นชุด ชุดละหลายใบ โดยมีขนาดลดหลั่นกัน บรรเลงโดยการดีดด้วยนิ้ว ให้เสียงทุ้มคล้ายกีตาร์เบส ทำหน้าที่เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ใช้บรรเลงประกอบในวงดนตรีพื้นเมืองภาคอีสานหรือที่นิยมเรียกว่าวงโปงลาง
ปัจจุบันวงโปงลางส่วนใหญ่นิยมใช้พิณเบส แทนการใช้ไหซอง เนื่องจากให้เสียงดังกว่าและสามารถบรรเลงพลิกแพลงได้มากกว่า จึงแทบไม่มีการดีดไหซองเพื่อการบรรเลงจริงๆแล้ว การดีดไหซองในปัจจุบันเป็นเพียงการแสดงลีลาการดีดประกอบท่าฟ้อนรำ นิยมใช้ผู้หญิงเป็นผู้ดีด เรียกว่า นางไห ใช้แสดงในงานรื่นเริงต่างๆ
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สะล้อขลาดเล็ก
สะล้อขนาดเล็กคุณภาพที่ ดนตรีพื่นเมืองภาคเหนือ
สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนาชนิด หนึ่ง เป็นประเภทเครื่องสีซึ่งมีทั้ง 2 สายและ 3 สาย คันชักสำหรับสีจะอยู่ข้างนอกเหมือนคันชักซอสามสาย สะล้อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทร้อ หรือ ซะล้อ มีรูปร่างคล้ายซออู้ของภาคกลาง ใช้ไม้แผ่นบาง ๆ ปิดปากกะลาทำหลักที่หัวสำหรับพาดทองเหลือง ด้านหลังกะโหลกเจาะเป็นรูปลวดลายต่าง ๆ เช่น รูปหนุมาน รูปหัวใจ ส่วนด้านล่างของกะโหลก เจาะทะลุลง ข้างล่าง เพื่อสอดคันทวนที่ทำด้วยไม้ชิงชัน ยาวประมาณ 64 ซม ตรงกลางคันทวนมีรัดอกทำด้วยหวาย ปลายคันทวนด้านบนเจาะรูสำหรับสอดลูกบิด ซึ่งมี 2 หรือ 3 อัน สำหรับขึงสายซอ จากปลายลูกบิดลงมาถึงด้านกลางของกะโหลกมีหย่องสำหรับ หนุนสายสะล้อเพื่อให้เกิดเสียงเวลาสี คันชักสะล้อทำด้วยไม้ดัดเป็นรูปโค้ง ขึงด้วยหางม้าหรือพลาสติก เวลาสีใช้ยางสนถูทำให้เกิดเสียงได้
สะล้อใช้ บรรเลงประกอบการแสดงหรือบรรเลงร่วมกับบทร้องและทำนองเพลงได้ทุกชนิดเช่น เข้ากับปี่ในวงช่างซอ เข้ากับซึงในวงพื้นเมือง หรือใช้เดี่ยวคลอร้องก็ได้
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนาชนิด หนึ่ง เป็นประเภทเครื่องสีซึ่งมีทั้ง 2 สายและ 3 สาย คันชักสำหรับสีจะอยู่ข้างนอกเหมือนคันชักซอสามสาย สะล้อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทร้อ หรือ ซะล้อ มีรูปร่างคล้ายซออู้ของภาคกลาง ใช้ไม้แผ่นบาง ๆ ปิดปากกะลาทำหลักที่หัวสำหรับพาดทองเหลือง ด้านหลังกะโหลกเจาะเป็นรูปลวดลายต่าง ๆ เช่น รูปหนุมาน รูปหัวใจ ส่วนด้านล่างของกะโหลก เจาะทะลุลง ข้างล่าง เพื่อสอดคันทวนที่ทำด้วยไม้ชิงชัน ยาวประมาณ 64 ซม ตรงกลางคันทวนมีรัดอกทำด้วยหวาย ปลายคันทวนด้านบนเจาะรูสำหรับสอดลูกบิด ซึ่งมี 2 หรือ 3 อัน สำหรับขึงสายซอ จากปลายลูกบิดลงมาถึงด้านกลางของกะโหลกมีหย่องสำหรับ หนุนสายสะล้อเพื่อให้เกิดเสียงเวลาสี คันชักสะล้อทำด้วยไม้ดัดเป็นรูปโค้ง ขึงด้วยหางม้าหรือพลาสติก เวลาสีใช้ยางสนถูทำให้เกิดเสียงได้
สะล้อใช้ บรรเลงประกอบการแสดงหรือบรรเลงร่วมกับบทร้องและทำนองเพลงได้ทุกชนิดเช่น เข้ากับปี่ในวงช่างซอ เข้ากับซึงในวงพื้นเมือง หรือใช้เดี่ยวคลอร้องก็ได้
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ลักษณะของขลุ่ยเพียงออ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ เรามารู้จักกับลักษณะของขลุ่ยเพียงออกันนะครับ ซึ่งจะมีดังนี้ครับ - ตัวเลาขลุ่ย จะมีลักษณะกลม ซึ่งส่วนใหญ่ จะนิยมทำมาจาก ไม้ชิงชัน ไม้พยุง ไม้สัก ไม้ดำดง ไม้พญา งิ้วดำ ไม้มะริด ฯลฯ
- ดาก เป็นตัวอุดอยู่ด้านบนของขลุ่ยลักษณะแบบรูปากนกหวีด
- รูเป่า เป็นรูที่อยู่บนสุดของลำเลาขลุ่ย เมื่อเป่าลมเข้าไปจะทำให้เกิดเสียง-รูปากนกแ้ก้ว ยู่ด้านหลังของขลุ่ย เจาะรับลมจากปลายดากภายในขลุ่ย อยู่สุดปลายดากพอดี เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
- รูเยื่อ เป็นรูสำหรับบิดวัสดุที่ทำให้เสียงสั่นพลิ้ว มักทำจากเยื่อไม้ไผ่
- รูบังคับเสียง เป็นรูที่อยู่บนลำเลาขลุ่ยมี ทั้งหมด 8 รู อยู่ด้านหน้าของขลุ่ย 7 รู และอยู่ด้านหลังอีก 1 รู
- รูร้อยเชือก มี ๔ รู อยู่ทางส่วนปลายของเลาขลุ่ย
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สายของจะเข้
สายของ จะเข้ นั้นจะมีอยู่ 3 สาย ส่วนใหญ่ทำมาจากไหมหรือเอ็น สามารถแบ่งได้ดังนี้
สายที่อยู่ติดกับตัวผู้เล่นจะเข้ มีชื่อเรียกว่า สายลวด เป็นสายที่ทำมาจากลวดทองเหลือง
สายที่อยู่ทางด้านนอกสุดของจะเข้ มีชื่อเรียกว่า สายเอก ทำมาจากไหมหรือเอ็น
สายที่อยู่ตรงกลาง มีชื่อเรียกว่า สายทุ้ม ทำมาจากไหมหรือเอ็น
สายที่อยู่ทางด้านนอกสุดของจะเข้ มีชื่อเรียกว่า สายเอก ทำมาจากไหมหรือเอ็น
สายที่อยู่ตรงกลาง มีชื่อเรียกว่า สายทุ้ม ทำมาจากไหมหรือเอ็น
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ปี่นอก
ปี่นอก ทำจากไม้ชิงชัน ลายไม้สวยงาม ทำโดยช่างปี่ผู้ชำนาญการ สังกัดกองดุริยางค์ทหารเรือ ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน ปี่นอกเป็นปี่ที่มีเสียงสูงสุดในบรรดาเครื่องเป่าตระกูลปี่ใน ลักษณะมีขนาดเล็กและเสียงแหลม มีความยาวประมาณ 31 เซนติเมตร มึความกว้างประมาณ 3.5 เซนติ
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ขลุ่ยหลิบ สีงาช้าง
ขลุ่ยหลิบ สีงาช้าง
ขลุ่ยหลิบจัดเป็นขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุดใบรรดาขลุ่ยไทยทั้งหมด มีความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร มีเสียงสูง ใช้ในการบรรเลงในวงมโหรีเครื่องคู่ เครื่องใหญ่ และวงเครื่องสายเครื่องคู่ โดยเป็นเครื่องนำในวงเช่นเดียวกับระนาด หรือซอด้วง นอกจากนี้ยังใช้บรรเลงในวงเครื่องสายปี่ชวา โดยบรรเลงเป็นพวกหลังเช่นเดียวกับซออู้
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีไทยประเภทตี กลองยาว
กลองยาว เครื่องดนตรีไทยประเภทตีที่ทำด้วยหนัง ขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีรูปยาวมากใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่ากลองยาวหรือเถิดเทิง กลองยาวได้แบบอย่างมากจากพม่า ในการเล่นวงใช้กลองยาวหลายลูกก็ได้ เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงร่วม มี ฉิ่ง, ฉาบเล็ก, กรับ, โหม่ง เรียกการเล่นชนิดนี้ว่า "เถิดเทิง" หรือ "เทิงกลองยาว
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มารู้จักวิธีการรักษาขลุ่ยกับlivethaimusic
ถ้าหากคุณทิ้งขลุ่ยของคุณไม่ว่าจะเป็นขลุยเพียงออ ขลุยหลิบ ขลุ่ยอู้ ขลุ่ยเคียงออ ฯลฯ ไว้นาน ๆจะทำให้ขลุยที่ทำจากไม้นั้นแห้ง และตัวดากจะหดตัวลง ทำให้เมื่อเป่าขลุยของเราแล้วเสียงทีเป่าเสียงไม่ใส ดังนั้นวันนี้ทาง livethaimusic ของเราจึงนำวิธีดีๆและง่าย สะดวกต่อคุณมาฝากโดยการที่จะรักษาให้ขลุ่ยเสียงดีมีอยุ่ว่า ให้นำขลุ่ยของคุณไปแช่ในน้ำผึ้งให้ท่วมปากนกแก้ว เพราะน้ำผึ้งจะช่วยให้ขลุ่ยชุ่มอยู่เสมอและขยายตัว ไม่มีช่องที่ลมจะรั่วได้ หรือสามารถทำได้อีกวิธีหนึ่งโดยนำขลุ่ยไปแช่ในน้ำตาลสดหรือน้ำตาลเมาหลาย ๆ วัน จะทำให้เนื้อได้อยู่ตัว มอดไม่รบกวน นอกจากการที่เราระวังขุลยในเรื่องขลุยเกิดปแห้งแล้ว เราควรที่จะระวังในเรื่องความร้อน คืออย่าให้ถูกความร้อนนาน ๆ ไม่ควรเอาไม้หรือวัสดุอื่นแหย่เข้าไปใน ปากนกแก้ว เพราะอาจทำให้แง่ของดากภายในบิ่น เสียงจะเสียไปได้
วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีไทยประเภทสี ซอกระป๋อง
ซอกระป๋อง เครื่องดนตรีไทยประเภทสี ทำด้วยไม้กับกะลามะพร้าวแต่กลับทำด้วยไม้กับปี๊บหรือกระป๋อง ในบางครั้งก็เรียกว่า ซอปี๊บ หรือ ซอกระป๋อง ซอชนิดนี้มีอยู่ 2 สาย คันชักที่ใช้สีนั้นทำเช่นเดียวกับซอสามสาย คันชักของซอปี๊บจะอยู่ข้างนอก คล้ายซอด้วง คันซอทำด้วยไม้มีลูกบิดขึ้นสาย ๒ลูก ใช้สายลวด กล่องเสียงทำด้วยปี๊บนำมันก๊าด หรือกระป๋องต่างๆ เช่น กระป๋องลูกอม ใช้ด้านเปิดเป็นช่องเสียง คันชักทำด้วยไม้เหลา ขึงด้วยสายเอ็นขนาดเล็ก หรือหางม้า มีทั้งที่อยู่ระหว่างสาย และคันชักอิสระนอกสาย คือ ซอปี๊บคันชักอยู่ใน ซอกระป๋องคันชักอิสระ วิธีการสีเช่นเดียวกับซอสามสายหรือไวโอลิน การเล่นเพลงเช่นเดียวกับพิณการประสมวงสีประกอบหมอลำหมู่ แมงตับเต่าคู่กับพิณและแคนใช้ในการบันเทิงทั่วไป และงานเทศกาล งานมงคลที่มีหมอลำหมู่
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ระนาดทุ้ม ผืนไม้ไผ่บง
ระนาดทุ้ม ผืนไม้ไผ่บง ตัวรางทำจากไม้ขนุนอบไม้อย่างดี ผืนระนาดทำจากไม้ไผ่บง (ขังข้อทั้งบนและล่าง) ผ่านขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน เพื่อกันการรบกวนของตัวมอด44
ระนาดทุ้ม เป็นเครื่องดนตรีที่สร้างขึ้นมาในรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการสร้างเลียนแบบระนาดเอก ใช้ไม้ชนิดเดียว กันกับระนาดเอก ลูกระนาดทุ้มมีจำนวน 17 หรือ 18 ลูก ลูกต้นยาวประมาณ 42 ซม กว้าง 6 ซม และลดหลั่นลงมาจนถึงลูกยอด ที่มีขนาดยาว 34 ซม กว้าง 5 ซม รางระนาดทุ้มนั้นประดิษฐ์ให้มีรูปร่างคล้ายหีบไม้ แต่เว้าตรงกลางให้โค้ง โขนปิดหัวท้ายเพื่อ เป็นที่แขวนผืนระนาดนั้น ถ้าหากวัดจากโขนด้านหนึ่งไปยังโขนอีกด้านหนึ่ง รางระนาดทุ้มจะมีขนาดยาวประมาณ 124 ซม ปาก รางกว้างประมาณ 22 ซม มีเท้าเตี้ย รองไว้ 4 มุมราง
หน้าที่ในวงของระนาดทุ้มนั้น ทำหน้าที่เดินทำนองรอง ในทางของตนเองซึ่งจะมีจังหวะโยน ล้อ ขัด ที่ทำให้เกิดความไพเราะและเติมเต็มช่องว่างของเสียง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของระนาดทุ้ม
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีไทยประเภทตี ฆ้องวงใหญ่
ฆ้องวงใหญ่ เครื่องดนตรีไทยประเภทตี ที่ทำด้วยโลหะ เป็นเครื่องตีประเภททำทำนอง ใช้โลหะหลอมกลึงเป็นลูกๆทรงกลม มีขนาดลดหลั่นกัน 16 ลูก แขวนอยู่บนร้านฆ้อง ซึ่งทำด้วยหวายดัดโค้งเป็นวงกลม ผู้ตีนั่งอยู่ในวงฆ้อง จับไม้ตีข้างละอัน ตีเป็นทำนองเพบรรเลงผสมอยู่ในวงปี่พาทย์เครื่องห้า เดิมเรียก “ฆ้องวง” ต่อมาได้เรียกว่า “ฆ้องวงใหญ่” เพราะมีขนาดใหญ่
ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีไทยประเภทตี โกร่ง
โกร่ง เครื่องดนตรีไทยประเภทตี ที่ทำด้วยไม้ไผ่ยาว 4 ปล้อง ตัดปาดหัวท้ายเหลือปล้องไว้ เวลาตีจะวางราบขนานไปกับพื้น ใช้ไม้ตี ซึ่งด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก คล้ายกรับไม้ 2 อัน มาตีลงระหว่างกึ่งกลางปล้อง ตีไปตามจังหวะใหญ่ ของทำนองเพลง สามารถเต้นตามจังหวะได้พร้อมเพรียงกัน
ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีไทยประเภทตี กลองยาว
กลองยาว เครื่องดนตรีไทยประเภทตีที่ทำด้วยหนัง ขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีรูปยาวมากใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่ากลองยาวหรือเถิดเทิง กลองยาวได้แบบอย่างมากจากพม่า ในการเล่นวงใช้กลองยาวหลายลูกก็ได้ เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงร่วม มี ฉิ่ง, ฉาบเล็ก, กรับ, โหม่ง เรียกการเล่นชนิดนี้ว่า "เถิดเทิง" หรือ "เทิงกลองยาว"
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่เล็ก
ปี่ชุมแบ่งตามขนาดมี 4 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 4.ปี่เล็ก เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าในวงของปี่ชุม เป็นปี่ที่ทำจากไม้ช่วงที่ถัดจากปี่ก้อยลงไป มีความยาวเป็นครึ่งหนึ่งของปี่กลางและเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 - 4 เซนติเมตร ปี่เล็กเป็นปี่ที่มีเสียงสูงกว่าปี่ก้อย
วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่ก้อย
ปี่ชุมแบ่งตามขนาดมี 4 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 3.ปี่ก้อย เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าในวงของปี่ชุม
ที่มีขนาดเล็กลงมาจากปี่กลางล ปี่ก้อยทำจากไม้ช่วงที่ถัดจากปี่กลางลงไป มีความยาวประมาณ 3 ส่วน ใน 4 ส่วนของปี่กลางและปี่ก้อยยังมีเสียงสูงกว่าปี่กลาง
ที่มีขนาดเล็กลงมาจากปี่กลางล ปี่ก้อยทำจากไม้ช่วงที่ถัดจากปี่กลางลงไป มีความยาวประมาณ 3 ส่วน ใน 4 ส่วนของปี่กลางและปี่ก้อยยังมีเสียงสูงกว่าปี่กลาง
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่กลาง หรือ ปี่ก๋าง
ปี่ชุมแบ่งตามขนาดมี 4 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 2.ปี่กลาง หรือ ปี่ก๋าง เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าในวงของปี่ชุมจะมีขนาดรองลงมาจากปี่แม่และยังทำจากไม้ไผ่ช่วงที่ถัดจากปี่แม่ลงไปมีความยาวประมาณ 4 ใน 5 ส่วนของปี่แม่ ปี่กลางจะเสียงสูงถัดขึ้นมาจากปี่แม่
ตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่แม่ หรือ ปี่เก๊า
ปี่ชุมแบ่งตามขนาดมี 4 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 1.ปี่แม่ หรือ ปี่เก๊า เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ในวงของปี่ชุมเป็นชุดทำจากไม้ไผ่ส่วนโคนมีขนาดใหญ่ที่สุดของแต่ละชุม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 เซนติเมตร ยาวอย่างน้อย 70 เซนติเมตร ปี่แม่มีเสียงทุ้มต่ำ เมื่อประสมวง เสียงจะยืนพื้น ทำหน้าที่ประสานเสียงมิให้เสียงของวงแหลมเกินไป
ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ปี่ชุม
ปี่ชุม เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ที่มีปี่เป็นชุด 1ชุดของปี่ชุมมีทั้งหมด 5 เลา ตัวปี่ทำมาจากไม้ไผ่ปี่ชุมหนึ่งจะต้องใช้ไม้ไผ่ลำเดียวกันทำ สาเหตุที่ต้องใช้ไม้ไผ่ลำเดียวกันนั้น เพราะขนาดช่วงปล้องและความหนาของเนื้อไม้จะไล่กันได้ระดับดีปี่แต่ละเลาจะมีปลายด้านหนึ่งตัดโดยอาศัยข้อไม้ปิด อีกปลายหนึ่งเปิดใกล้กับข้อไม้ด้านที่ตัน ด้านปิดนี้เป็นที่ติดลิ้นปี่ซึ่งทำด้วยแผ่นทองเหลืองบางๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางรีดเป็นรูปตัว v ยาวๆ ถัดจากลิ้นไปทางด้านเปิด ลำตัวปี่มีรูที่เจาะเรียงกันไปเป็นระยะจำนวน 7 รู
ปกติแล้วปี่มีเสียงเบา แต่ถ้าบรรเลงพร้อมกันทั้งชุมหรือทั้งชุดก็จะให้เสียงที่มีพลังหรือน้ำหนักมากขึ้นปี่ชุม ใช้ประกอบการขับซอ แต่ชาวล้านนาจะบรรเลงร่วมกับปี่ในชุดเดียวกันตั้งแต่ 3 เลาขึ้นไปเพื่อประกอบการขับซอ
นอกจากนั้นอาจใช้ปี่เพียง 1 เลา บรรเลงร่วมกับวงดนตรีพื้นเมือง สะล้อและซึง อีกด้วย
ปกติแล้วปี่มีเสียงเบา แต่ถ้าบรรเลงพร้อมกันทั้งชุมหรือทั้งชุดก็จะให้เสียงที่มีพลังหรือน้ำหนักมากขึ้นปี่ชุม ใช้ประกอบการขับซอ แต่ชาวล้านนาจะบรรเลงร่วมกับปี่ในชุดเดียวกันตั้งแต่ 3 เลาขึ้นไปเพื่อประกอบการขับซอ
นอกจากนั้นอาจใช้ปี่เพียง 1 เลา บรรเลงร่วมกับวงดนตรีพื้นเมือง สะล้อและซึง อีกด้วย
ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เครื่องดนตรีประเภทตี กลองปู่เจ่
กลองปู่เจ่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มีรูปร่างคล้ายกลองยาวซึ่งเรียกกลองชนิดนี้ว่า "กลองก้นยาว"ไม้ที่จะนำมาสร้างเป็นตัวกลองก่อน ไม้ที่นิยมกันมาก ได้แก่ ไม้ซ้อ และไม้ขนุน เมื่อได้ไม้แล้วนำมาถากพอเป็นรูปร่าง หน้ากลองกว้างประมาณ 25 - 28 เซนติเมตร ความยาวของไหกลองประมาณ 40 เซนติเมตร ความยาวจากไหถึงส่วนคอดประมาณ30เซนติเมตรความยาวส่วนคอดประมาณ 20 เซนติเมตร และความยาวส่วนท้ายประมาณ 47 -50 เซนติเมตร สำหรับหนังที่ใช้ขึงเป็นหนังหน้ากลอง นิยมใช้หนังวัวตัวเมีย ไม่มีรอยแส้ และต้องเป็นหนังจากลำตัวด้านซ้าย เพราะมีลักษณะบางไม่ด้านหรือหนาเหมือนหนังจากลำตัวด้านขวาที่ถูกนอนทับ เสียงกลอง จะดังกังวานไพเราะ ต้องมีการติดถ่วงหน้าหรือติดขี้จ่ากลองซึ่งหมายถึงการตีกลองปู่เจ่มักพบเห็นในงานบุญของวัด ขบวนแห่ต่างๆ รวมถึงการแห่หรือประโคมประกอบการฟ้อนเชิง ฟ้อนดาบ เต้นโต ฟ้อนนางนก กระทั่งการปล่อยว่าวควัน และโคมไฟ เป็นต้น
ติดตามข่าวสารดีๆเกียวกับดนตรีไทยได้ที http://www.livethaimusic.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











